ดาวฮิลล์

จักรยานประเภทนี้จะมีระบบกันสะเทือนที่มีระยะยุบที่แปดนิ้ว หรือมากกว่า 200 มิลลิเมตร มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยเฟรมที่มีความแข็งแรง น้ำหนักค่อนข้างมาก, โดยส่วนมากต้องใช้อะลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงและราคาสูง และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการใช้งานคาร์บอนไฟเบอร์มาทำเฟรม ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา จักรยานดาวฮิลล์ที่มีน้ำหนักเบาจะมีน้ำหนักทั้งคันอยู่ที่ 40 ปอนด์ หรือ 18 กิโลกรัม มีช่วงการใช้เกียร์ที่มีอัตราทดสูง , ขนาดที่ยาวกว่า, มีรูปทรงที่เยื้องหลังมากกว่า, จักรยานประเภทดาวฮิลล์ สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ขี่ในทางลงเขาเท่านั้น จักรยานประเภทนี้จะมีระยะยุบของระบบกันสะเทือนที่มากกว่าจักรยานทั่วไปเนื่องจากใช้รับการกระแทกในขณะลงเขาด้วยความเร็ว มุมคอส่วนมากจะอยู่ที่ 62 องศา ในหลายๆครั้งที่ จักรยานที่เร็วที่สุด จะเป็นจักรยานประเภทดาวฮิล์ การใช้งานที่ความเร็วสูงเนื่องจากการขี่ลงเขาทำให้จักรยานดาวฮิลล์ส่วนมากจะมีจานหน้าเพียงแค่จานเดียว และมี บัชการ์ด เพื่อไม่ให้โซ่หลุดออกจากจานหน้าขนาดใหญ่ ดังนั้นในการแข่งขัน นักแข่งมักจะใช้ เชนไกด์โดยที่ไม่มีบัชการ์ด เพื่อลดน้ำหนัก บางบริษัทที่ผลิตจักรยานได้มีการออกแบบระบบเกียร์ที่มีตัวเปลี่ยนเกียร์ติดอยู่ที่เฟรม การออกแบบนี้เพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้งานตีนผีด้านหลัง แต่ไม่ให้มีอุปกรณ์ยื่นออกมาเพื่อให้มีความคงทนในขณะแข่งขัน ก็จะทำให้ไม่สะดวกในการนำไปปั่นขึ้นเขา Continue reading ดาวฮิลล์

ชุดขับเคลื่อนจักรยานและสัดส่วน

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 จนถึงช่วงปลายปี ค.ศ. 2000, จักรยานเสือภูเขาส่วนใหญ่จะมี 21, 24, หรือ 27 สปีด, โดยมี 3 เกียร์ที่เฟืองหน้า และมี 7, 8, หรือ 9 เกียร์ที่เฟืองหลัง จักรยานเสือภูเขาที่มี สามสิบสปีด ยังไม่เป็นที่นิยมในช่วงก่อนหน้า , เนื่องจากการที่โคลนจะเข้าไปติด ที่ เฟืองหลังทั้งสิบเฟือง, และช่องว่างระหว่างตีนผียังไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม, นักจักรยานมืออาชีพหลายคน สามารถใช้งานโซ่สิบสปีดของจักรยานถนน ไปใส่ในเฟืองเก้าสปีดของจักรยานเสือภูเขาได้เพื่อเป็นการลดน้ำหนักลง ในช่วงต้นของปี ค.ศ.2009, อุปกรณ์ ซแรมได้เปิดตัว ชุดขับเคลื่อนเอ็กเอ็กซึ่งใช้เฟืองหน้าสองเฟืองและเฟืองหลังสิบเฟือง, ซึ่งเหมือนกับจักรยานถนน การป้องกันการติดโคลนของอุปกรณ์ Continue reading ชุดขับเคลื่อนจักรยานและสัดส่วน

ระบบกันสะเทือน

จักรยานเสือภูเขารุ่นใหม่ๆได้มีการเพิ่มส่วนของระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลัง เรียกว่า ฟูลซัสเพนชั่น หรือ ฟูลซัส หมายถึงทั้งล้อหน้าและล้อหลังต่างก็มี โช้คเพื่อรองรับการสั่นสะเทือนทั้งคู่ สิ่งนี้จะทำให้การขี่จักรยานราบลื่นขึ้นในทาง ขี้นเขาลงเขา หรือการขี่ผ่านอุปสรรคเล็กๆน้อยๆ ระบบกันสะเทือนหน้าหลัง ที่มีประสิทธิภาพสูง ก็จะมีราคาที่สูงตามไปเช่นกัน , แต่ราคาที่เพิ่มขึ้นจะนำมาสู่ประสิทธิภาพ การขี่ในทางขรุขระ ซึ่งจะทำให้สามารถขี่แบบดาวฮิลล์ ได้เร็วขึ้นสามารถผ่านอุปสรรค รากไม้สิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยเทคนิคจากผู้ขี่มากนัก สิ่งที่ทำให้ช้าลงเมื่อขับขี่บนทางขรุขระคือเมื่อล้อกระทบกับสิ่งกีดขวาง จะเกิดแรงกระแทกกลับขึ้นมา ทำให้แรงที่จะไปข้างหน้าลดลง รถจึงวิ่งช้าลงเช่นกันระบบกันสะเทือนจะช่วยแก้ปัญหานี้โดยรับแรงที่กระแทกขึ้นมาเก็บไว้ที่โช้คทั้งหน้าและหลัง, ซึ่งจะส่งผลต่อแรงผลักไปข้างจะลดลงจากเดิมไม่มากนัก ดังนั้นก็จะไม่มีผลในการลดความเร็วของรถในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ข้อเสียของระบบกันสะเทือนหลังคือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น , ราคาที่สูงขึ้น, และในบางครั้งการออกแบบที่แตกต่างกันของระบบกันสะเทือน ก็มีผลต่อการลดประสิทธิภาพของพลังที่ส่งจากการกดบันได, สิ่งนี้จะสังเกตได้ชัดเจน เมื่อปั่นจักรยานบนถนนด้วยรถฮาร์ทเทล ในตอนแรก, การออกแบบระบบกันสะเทือนหลังนั้นออกแบบได้หนักมาก, และทำให้เกิดการบ็อบคือการเสียแรงกดบันได เพื่อให้รถวิ่งไปข้างหน้าจะถูกดูดกลืนพลังงานไปที่ระบบกันสะเทือนแทนที่จะส่งไปที่ล้อทั้งหมด หรือ ล็อกเอ้าท์

พื้นฐานการออกแบบจักรยานเสือภูเขา

จักรยานเสือภูเขามีรูปแบบที่หลากหลาย โดยทั่วไปจะแบ่งประเภทโดยลักษณะภูมิประเทศที่ใช้ และลักษณะของผู้ใช้งาน รูปแบบของการขับขี่จักรยานเสือภูเขาและ รูปแบบของลักษณะของจักรยานเสือภูเขา ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่คำว่า ฟรีไรด์ และ “เทลไบค์” ซึ่งนำไปเป็นประเภทหนึ่งของจักรยานเสือภูเขาโดยที่คำจำกัดความของจักรยานเสือภูเขาประเภทต่างๆซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายแสดงไว้ตามด้านล่างนี้ ครอสคันทรี หรือเรียกว่าเอ็กซีXC จักรยานประเภทนี้ได้รับการออกแบบเพื่อเป็นพื้นฐานของการใช้งานแบบการปั่นในทางที่เป็นทางแข่งขันระหว่างเมือง การแข่งขันระหว่างเมืองหรือ ครอสคันทรี่จะเน้นไปในทางขี่ขึ้นเขาที่มีผิวทางขรุขระซึ่งต้องการความเร็วและความทนทาน จักรยานที่ต้องการสำหรับทางแบบนี้คือ ต้องมีทั้งประสิทธิภาพและ น้ำหนักเบา ในปี 1980 และช่วงต้นของปี 1990 จักรยานแบบครอสคันทรี จะใช้เฟรม ฮาร์ดเทล ที่ทำจากโละผสมน้ำหนักเบา และใช้ตะเกียบ จนกระทั่งปี 1990 จักรยานครอสคันทรี ได้พัฒนาโดยการผสม เฟรมอลูมิเนียนน้ำหนักเบา และมีระบบกันสะเทือนหน้าที่โช้คมีช่วงยุบสั้นๆ (65 ถึง 110 มิลลิเมตร) เมื่อไม่นานมานี้การออกแบบให้มีการใช้งาน ระบบกันสะเทือนแบบฟูลซัสเพนชั่น, Continue reading พื้นฐานการออกแบบจักรยานเสือภูเขา

ประวัติจักรยานเสือภูเขา

ประวัติของการขี่จักรยานเสือภูเขาได้รับการสนับสนุนจาก ไซโคครอส ในยุโรป และ สมาคม Roughstuff  ในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร ชื่อของ จักรยานเสือภูเขาปรากฏตัวครั้งแรกในสิ่งพิมพ์ในปี 1966 ว่า โดยที่จักรยานเสือภูเขาได้รับการดัดแปลงหลายอย่างจาก จักรยานครุยเซอร์ ซึ่งใช้สำหรับการขี่ลงเส้นทางภูเขา และกีฬาประเภทนี้ได้กลายเป็นที่นิยมในปี 1970 ในทางเหนือของแคลิฟอเนียร์  ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ขี่จะใช้รถซิงเกิ้ลสปีดแบบดั้งเดิม ยางจักรยานแบบบอลลูน เพื่อขี่ลงภูเขาที่มีความขรุขระ โจ บริช ผู้ผลิตเฟรมจักรยาน, ได้ใช้แนวคิดจากสิ่งนี้ในการออกแบบจักรยานเสือภูเขาคันแรก ในปี 2007 ภาพยนตร์สารคดีแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาขณะนั้นที่มีการใช้จักรยานเสือภูเขาแบบละเอียด อย่างไรก็ตาม จักรยานเสือภูเขายังไม่ได้รับความนิยมในช่วง 1970 และช่วงต้น 1980 จนกระทั่ง โรงงานที่ผลิต จักรยานเสือหมอบ เริ่มที่จะผลิตจักรยานเสือภูเขาโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเช่น วัสดุที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ, เช่นอะลูมิเนียมรหัส M4 Continue reading ประวัติจักรยานเสือภูเขา

จักรยานเสือภูเขา

จักรยานเสือภูเขา โดยทั่วไปจะใช้ปั่นในเส้นทางที่เป็นภูเขาเทือกเขา, แนวกันไฟ, ทางโคลน, และเส้นทางดิน ลักษณะภูมิประเทศแบบนี้ โดยทั่วไปจะมีก้อนหิน อุปสรรค , ร่องน้ำ, ทรายร่วน, กรวดร่วน, รากไม้, และทางลาดชัน (ทั้งขึ้นและลง) จักรยานเสือภูเขาสร้างถูกขึ้นมาเพื่อรับมือกับสภาพภูมิประเทศและอุปสรรคที่เหมือนกับ ท่อนไม้ ทางขาด และก้อนหินขนาดเล็ก โครงสร้างของจักรยานเสือภูเขาจะแตกต่างจากจักรยานทั่วไปหลายอย่าง โดยสิ่งที่เป็นจุดสังเกตที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การใช้งาน ระบบกันสะเทือน เข้ามาแทนที่ในตะเกียบหน้าและเฟรม ยางที่มีดอกยางขนาดใหญ่ ล้อ ที่ใหญ่และหนักกว่าปกติ, เบรกที่มีประสิทธิภาพสูง และเกียร์ที่มีอัตราทดต่ำ สำหรับทางลาดชันซึ่งมีอุปสรรคมากมาย ตั้งแต่มีการพัฒนาทางด้านการกีฬาในช่วงปี 1970 จักรยานเสือภูเขา ในรูปแบบย่อยๆได้ถูกพัฒนาขึ้นมากมาย, เช่นจักรยานประเภท ครอสคันทรี XC ใช้ปั่นในทางขรุขระเล็กน้อยโดยทั่วไป เช่นปั่นเส้นทางระหว่างเมือง, จักรยานประเภทเอ็นดูรานจะมีความยากของเส้นทางเพิ่มขึ้นมามากกว่าแบบครอส Continue reading จักรยานเสือภูเขา