ดาวฮิลล์

จักรยานประเภทนี้จะมีระบบกันสะเทือนที่มีระยะยุบที่แปดนิ้ว หรือมากกว่า 200 มิลลิเมตร มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยเฟรมที่มีความแข็งแรง น้ำหนักค่อนข้างมาก, โดยส่วนมากต้องใช้อะลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงและราคาสูง และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการใช้งานคาร์บอนไฟเบอร์มาทำเฟรม ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา จักรยานดาวฮิลล์ที่มีน้ำหนักเบาจะมีน้ำหนักทั้งคันอยู่ที่ 40 ปอนด์ หรือ 18 กิโลกรัม มีช่วงการใช้เกียร์ที่มีอัตราทดสูง , ขนาดที่ยาวกว่า, มีรูปทรงที่เยื้องหลังมากกว่า, จักรยานประเภทดาวฮิลล์ สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ขี่ในทางลงเขาเท่านั้น จักรยานประเภทนี้จะมีระยะยุบของระบบกันสะเทือนที่มากกว่าจักรยานทั่วไปเนื่องจากใช้รับการกระแทกในขณะลงเขาด้วยความเร็ว มุมคอส่วนมากจะอยู่ที่ 62 องศา ในหลายๆครั้งที่ จักรยานที่เร็วที่สุด จะเป็นจักรยานประเภทดาวฮิล์ การใช้งานที่ความเร็วสูงเนื่องจากการขี่ลงเขาทำให้จักรยานดาวฮิลล์ส่วนมากจะมีจานหน้าเพียงแค่จานเดียว และมี บัชการ์ด เพื่อไม่ให้โซ่หลุดออกจากจานหน้าขนาดใหญ่ ดังนั้นในการแข่งขัน นักแข่งมักจะใช้ เชนไกด์โดยที่ไม่มีบัชการ์ด เพื่อลดน้ำหนัก บางบริษัทที่ผลิตจักรยานได้มีการออกแบบระบบเกียร์ที่มีตัวเปลี่ยนเกียร์ติดอยู่ที่เฟรม การออกแบบนี้เพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้งานตีนผีด้านหลัง แต่ไม่ให้มีอุปกรณ์ยื่นออกมาเพื่อให้มีความคงทนในขณะแข่งขัน ก็จะทำให้ไม่สะดวกในการนำไปปั่นขึ้นเขา Continue reading ดาวฮิลล์

ระบบกันสะเทือน

จักรยานเสือภูเขารุ่นใหม่ๆได้มีการเพิ่มส่วนของระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลัง เรียกว่า ฟูลซัสเพนชั่น หรือ ฟูลซัส หมายถึงทั้งล้อหน้าและล้อหลังต่างก็มี โช้คเพื่อรองรับการสั่นสะเทือนทั้งคู่ สิ่งนี้จะทำให้การขี่จักรยานราบลื่นขึ้นในทาง ขี้นเขาลงเขา หรือการขี่ผ่านอุปสรรคเล็กๆน้อยๆ ระบบกันสะเทือนหน้าหลัง ที่มีประสิทธิภาพสูง ก็จะมีราคาที่สูงตามไปเช่นกัน , แต่ราคาที่เพิ่มขึ้นจะนำมาสู่ประสิทธิภาพ การขี่ในทางขรุขระ ซึ่งจะทำให้สามารถขี่แบบดาวฮิลล์ ได้เร็วขึ้นสามารถผ่านอุปสรรค รากไม้สิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยเทคนิคจากผู้ขี่มากนัก สิ่งที่ทำให้ช้าลงเมื่อขับขี่บนทางขรุขระคือเมื่อล้อกระทบกับสิ่งกีดขวาง จะเกิดแรงกระแทกกลับขึ้นมา ทำให้แรงที่จะไปข้างหน้าลดลง รถจึงวิ่งช้าลงเช่นกันระบบกันสะเทือนจะช่วยแก้ปัญหานี้โดยรับแรงที่กระแทกขึ้นมาเก็บไว้ที่โช้คทั้งหน้าและหลัง, ซึ่งจะส่งผลต่อแรงผลักไปข้างจะลดลงจากเดิมไม่มากนัก ดังนั้นก็จะไม่มีผลในการลดความเร็วของรถในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ข้อเสียของระบบกันสะเทือนหลังคือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น , ราคาที่สูงขึ้น, และในบางครั้งการออกแบบที่แตกต่างกันของระบบกันสะเทือน ก็มีผลต่อการลดประสิทธิภาพของพลังที่ส่งจากการกดบันได, สิ่งนี้จะสังเกตได้ชัดเจน เมื่อปั่นจักรยานบนถนนด้วยรถฮาร์ทเทล ในตอนแรก, การออกแบบระบบกันสะเทือนหลังนั้นออกแบบได้หนักมาก, และทำให้เกิดการบ็อบคือการเสียแรงกดบันได เพื่อให้รถวิ่งไปข้างหน้าจะถูกดูดกลืนพลังงานไปที่ระบบกันสะเทือนแทนที่จะส่งไปที่ล้อทั้งหมด หรือ ล็อกเอ้าท์